Fiction : Face To Face
Chapter : 2
By : Dark-Ness
JIN * KAZUYA
“แม่ฮะ ...แม่อยู่ไหน” เสียงงึมงำออกมาจากริมฝีปากบางที่ยังดูซีดเซียว
“แม่ .. พาผมไปหาอานะฮะ..” ซึบะสะลดหนังสือลง
เขาเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเจ้าหนูที่ตนเก็บมาเมื่อคืน
ยังมีไข้สูง เมื่อคืนบอกให้เจ้าน้องชายตัวดีเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนที่จะเป็นหวัด
แต่เจ้าจินกลับวิ่งตึงตังลงมาหาเขาถึงในครัว เรียกให้เขาไปเปลี่ยนแทน
ถามว่า “ทำไม”
“แพ้ความขาว ...” นี่คือสิ่งที่น้องชายตอบกลับมา
จนเขาแทบอยากจะเอากระทะฟาดลงไปที่หน้าของจิน
“ผมเกลียดพ่อเลี้ยงฮะแม่ ... แม่ได้ยินผมมั๊ย”
ซึบะสะหยิบผ้าชุบน้ำขึ้นมาเช็ดตามใบหน้าขาว มองพิจารณาเด็กน้อยคนนี้
พูดถึงพ่อเลี้ยง ... ที่หนีออกมา สาเหตุมาจากพ่อเลี้ยงหรือเปล่านะ
“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับถูกเปิดออก ชายร่างหนาเดินเข้ามาในห้อง
“ซึบะ .. ผมรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้วนะ” จินบอกด้วยสีหน้าที่ดูน่าสงสารสุด ๆ เขาถูกพี่ชายทำโทษเนื่องจากปล่อยให้เจ้าเต่านี่ใส่ชุดเปียก ๆ นานจนเป็นไข้
“เสร็จแล้วก็ดี ... หลังกินข้าวเที่ยง ... ก็ไปล้างรถต่อนะ” ซึบะสะวางผ้าเปียกหมาด ๆ ลงบนหน้าผากมนของคนไข้ จนไม่ทันสังเกตน้องชายที่แอบแลบลิ้นปริ้นตาใส่
“ซึบะคับ .. ผมหิว” จินเดินเข้ามานั่งบนเตียงข้าง ๆ คนป่วย
“จะเที่ยงแล้วนี่นา ... รออยู่บนนี้ก่อนนะ”
ซึบะบอกน้องชายแล้วก็รีบลุกขึ้นออกไปจากห้องนอนทันที
จินจับมือบางเบา ๆ เพื่อวัดอุณหภูมิของคนไข้
ทำไมมือเจ้าตัวเล็กถึงนิ่มจังเลย รอยแดงของนิ้วมือแก้มใสเริ่มเลือนลาง
แล้วก็รอยแดงที่ซอกคอก็เริ่มจางแล้วด้วย
ผ่านไปประมาณ 10 นาทีที่เขาเอาแต่จ้องมองเด็กคนนี้
ซึบะสะก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับถือข้าวต้มชามใหญ่เข้ามาด้วย
“จิน .. ปลุกเจ้าหนูให้ทีสิ” ซึบะสะค่อย ๆ วางชามข้าวต้มลงบนโต๊ะ
“เฮ้ ...” จินสะกิดที่แขนคนป่วยเบา ๆ
“ฮู๊ ๆๆ ...” ร้องเรียกอีกทีก็ยังไม่ตื่น
“ยู๊ ฮู...” เขาจิ้มไปที่แก้มของร่างบาง
“ป้าบ !!!” ซึบะสะตบลงไป ณ จุดศูนย์กลางของศีรษะด้วยความรำคาณ
“ปลุกบ้าปลุกบออะไรของแกวะ .... คงตื่นหรอกมั๊งเนี่ยะ ... ตัวถึกทำตัวคิขุนะแก” จินคลำหัวตัวเองอย่างเคียง ๆ ปล่อยให้พี่ชายหน้าสวยเป็นคนจัดการเอง
“นี่ ... เด็กน้อย ลุกขึ้นมาทานข้าวต้มหน่อยนะ” ซึบะสะเขย่าร่างบางเบา ๆ จนเจ้าตัวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาเรียวมองไปรอบ ๆ อย่างประหลาดใจก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่มนุษย์ทั้ง 2
“เอ่อ .. ผมอยู่ที่ไหนเหรอฮะ” ปากบางขยับน้อย ๆ
“ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน .. ไม่ต้องกลัวนะ” ซึบะสะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คุณ ...”
ถ้าจะถามว่า ‘คุณเป็นใคร’ คงแปลกน่าดูในเมื่อเขามาอยู่ในสถานที่ของคนอื่น
“อิมาอิ ซึบาสะ หน่วยสืบสวนประจำกรมตำรวจสากล
ส่วนเจ้านั่นก็เป็นน้องชายฉันเอง อคานิชิ จิน อยู่หน่วยชันสูตรศพ!”
“สืบสวน !!!!!” จินสวนขึ้นมาทันทีอย่างดุดัน คนป่วยแอบยิ้มน้อย ๆ
“ผม .. คาเมนาชิ คาซึยะ ม. ปลายปี 1 ห้อง เอ โรงเรียนเค ฮะ”
คาซึยะยิ้มให้กับคนทั้ง 2 จินจ้องมองรอยยิ้มอย่างละสายตาไม่ได้
ไม่รู้ว่าทำไม ต้องเป็นรอยยิ้มพิฆาตแน่ ๆ เลย
เขาถึงถูกสะกดขนาดนี้ นี่ซึบะจะถูกสะกดเหมือนเขาหรือเปล่านี่
“คาซึยะลุกขึ้นทานข้าวต้มไหวมั๊ย”
“ผมรู้สึกว่าร่างกายผมแย่มากเลยฮะ .. หัวผมคงจะระเบิดในไม่ช้านี้แน่ ๆ เลย” ร่างบางนิ่วหน้าเล็กน้อย
“ก็ฝืนลุกขึ้นมาหน่อยสิ” จินพูดขึ้น เรียวตาสวยตวัดมามองทันที
“ก็ผมลุกไม่ไหวนี่นา” คาซึยะขมวดคิ้วใส่
“กริ๊งงงงงงงงงง” เสียงโทรศัพท์ในห้องรับแขกข้างล่าง ดังสะท้อนขึ้นมา
“พี่ลงไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ จิน จัดการทางนี้ให้เรียบร้อยนะ
ถ้าคาซึยะกินเสร็จเมื่อไหร่ นายถึงจะได้รับอนุญาตให้กินข้าวกลางวันได้”
ซึบะวิ่งจู๊ดออกไปพร้อมทิ้งภูเขาลูกโตไว้บนหัวของจินเอาไว้อีก
“แหงะ .. ซึบะอ่ะ”
“จินกินแทนผมไปเถอะนะ .. ผมขอนอนต่อ ปวดหัว” ร่างบางเตรียมพร้อมอยู่ในท่านอนหลับ
“ไม่ได้ ๆ .. นายต้องลุกขึ้นมากินก่อน ให้อาหารตกถึงท้องซะมั่ง”
“ก็ผมลุกไม่ไหวนี่นา ..” คนตัวเล็กเริ่มงอแง รีบดึงผ้าห่มมาคลุมหัวมิด
“มานี่ ..” จินจัดการดึงผ้าห่มออก พร้อมกับค่อย ๆ พยุงคาซึยะให้ลุกขึ้นนั่ง
“นั่งแบบนี้นะ นิ่ง ๆ นะคาซึยะ ... จะปล่อยแล้วนะ” จินค่อย ๆ ผ่อนแรงจากต้นแขนของคนตัวเล็ก พร้อมกับคาซึยะที่ค่อย ๆ เอนไปข้างหลังตามแรงผ่อน
“เอ๊ย .. คาซึยะอ่ะ เกร็งตัวหน่อยสิ .... งั้น เอาอย่างนี้แล้วกัน”
ร่างหนาขยับตัวเองมานั่งพิงอยู่ที่หัวเตียง
พร้อมกับดึงเจ้าตัวเล็กเข้ามาพิงอยู่กับหน้าอกของเขา
“ทีนี้นั่งได้แล้วใช่มั๊ย...” จินกระซิบเบา ๆ เพราะริมฝีปากของเขาอยู่ติดจนแทบจะงับใบหูอยู่แล้ว
“อือ ..” คาซึยะครางในลำคอเบา ๆ ใบหน้ารู้สึกร้อนแปลก ๆ เพราะพิษไข้หรือเปล่านะ ... เอ .. เป็นไข้แล้วใจเต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยะ
“ฝืนกินเข้าไปนิดหน่อยก็ยังดี” จินค่อย ๆ ตักข้าวต้มอ้อมแขนไปจ่ออยู่ที่ปากของคนตัวเล็ก
“อื้อ ...” คาซึยะใช้มือทั้ง 2 ข้าง ดันข้อมือจินออกห่าง
“คาซึยะ .. กินเข้าไปนะ” จินใช้มือข้างซ้ายที่ยังว่างอยู่ จัดการรวบมือทั้ง 2 ข้างเอาไว้ ก่อนที่จะยื่นช้อนข้าวต้มไปจ่อที่ปากอีกครั้ง แต่ริมฝีปากบางยังคงปิดแน่น
“ถ้าไม่กิน .. ฉันจะกัดหูนายให้ขาดเลยนะ .. อยากลองมั๊ย” จินพูดด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง พร้องแกล้งเฉียดริมฝีปากเข้าไปใกล้ ๆ หูจนคาซึยะต้องยอมอ้าปากกินข้าวต้มเข้าไปอย่างไม่พอใจนัก
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
“ที่บ้านอันตรายกว่า”
“ผมเกลียดพ่อเลี้ยงฮะแม่ ... แม่ได้ยินผมมั๊ย”
ซึบะสะนั่งคิดถึงคำพูดของคาซึยะอยู่หน้าบ้านยามบ่ายแก่ ๆ น้องชายของเขากำลังรีบล้างรถอย่างขมักเขม้นเพราะแดดจัด ถ้าจะลองนั่งเฝ้าดี ๆ เหมือนจินตักน้ำราด ๆ เฉย ๆ
เมื่อเที่ยงหัวหน้าก็โทรมาหาจะเรียกเขาเข้าสำนักงาน
แต่เขาละจากทางนี้ยังไม่ได้ เลยขอเข้าพรุ่งนี้แทน
มีอะไรอีกหรือเปล่านะ คนร้ายสมัยนี้ก็ขยันทำชั่วกันเป็นว่าเล่นเชียว
“ซึบะ .. ผมล้างรถเสร็จแล้วนะ” จินเก็บสายยางและถังน้ำเข้าที่แล้วรีบวิ่งหลบแดดมาหา
หน้าหวานของพี่ชายเงยขึ้นอย่างงงๆ
“ห๊ะ .. ล้างรถยังไม่ทันจะถึง 10 นาที แกบอกว่าเสร็จแล้วอย่างนั้นเหรอ”
ซึบะถามเสียงเข้ม
“ก็ ... มันร้อนนี่นา ... อ้าว ซึบะไม่รู้เหรอ ผมมันพวกล้างรถมาราธอนนะ”
ไอ้หมูอ้วนนี่มันก็ร่ายยาวไปทั่ว
ซึบะสะกำลังต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อจะใช้ความคิด
จึงเริ่มมองหาอะไรให้จินทำต่อ
“งั้นไปใช้ความสามารถพิเศษของนายเอารถจักรยานออกมาขัดด้วยะนะ
เสร็จแล้วก็ไปตัดหญ้าที่สนามหน้าบ้านต่อด้วย”
ร่างโปร่งชี้ไม้ชี้มือไปมาจนแทบมองไม่ทัน
“โหย .. ไม่เอาแล้วอ่ะ พรุ่งนี้ค่อยทำต่อได้ป่ะ” จินทำหน้าตาอ้อนวอนสุดฤทธิ์
“งั้นจะไปไหนก็ไป อย่ามาเพ่นพ่านแถวนี้
ขออยู่คนเดียว จะใช้ความคิดหน่อย” ซึบะสะนั่งเท้าคางอย่างครุ่นคิด
“คิดเรื่องอะไรอยู่เหรอ” ยิ่งไล่ยิ่งไม่ไป เจ้าน้องชายตัวแสบกลับนั่งลงข้าง ๆ
“ไปไกล ๆ ก่อน” ซึบะสะไล่อีกรอบ
“ซึบะ .. เดี๋ยวผมช่วยคิดก็ได้นะ”
“จิน !”
“ค๊าบ .. ผมไปก็ได้” เจ้าตัวโตรีบเผ่นก่อนที่จะโดนด้ามปืนเขกเข้ามห้ที่ศรีษะตัวเอง
เมื่อน้องชายวิ่งเข้าบ้านไป ผู้เป็นพี่ก็ก้มหน้าเท้าคางอีกครั้ง
“คาเมนาชิ ... คาเมนาชิ ... คาเมนาชิ ... คาเมนาชิ โอ๊ยยย ทำไมมันคิดไม่ออกซะที ชื่อนี้เคยได้ยินที่ไหนนะ”
แสงแดดยามบ่ายคล้ายไปอย่างรวดเร็ว
ผิดกับความคิดของซึบะสะที่ไม่ยอมเคลื่อนที่ไปไหนเลย
“ไว้ค่อยคิดที่หลังแล้วกัย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว คาเมนาชิ คาเมนาชิ”
ซึบะสะลุกขึ้นจากเก้าอี้หมุนตัวเข้าบ้านแต่ก็ต้องชะงัก
เมื่อเห็นคาซึยะเดินหน้าแดงก่ำน้ำตาไหลพรากมาทางเขา
“คาซึยะ ! .. เป็นอะไรไปน่ะ”
คุณนักสืบรีบถลาเข้าไปหาร่างบางทันที
ลูบหัวปลอบโยนเจ้าตัวเล็กที่กำลังแหกปากร้องไห้
งอแงเหมือนเด็กอยู่ที่เสื้อเชิ๊ตของเขา
“...ฮือออ ... ซึบะ .. จินแกล้ง .... ฮึก .. ฮึก .. แกล้งผม” ร่างเล็กฟ้องด้วยน้ำเสียงอู้อี้
“จินแกล้งงั้นเหรอ ... แล้วนี่เราหายปวดหัวแล้วหรือยัง ถึงได้ลุกออกมาเดินแบบนี้เนี่ยะ”
“หายแล้วฮะ .. ฟืดฟาดๆๆ” คาซึยะเช็ดน้ำมูกและตาออก
“มั่นใจนะ .. เด็กน้อย” ซึบะตรวจเช็คด้วยการใช้หลังมืออังหน้าผากเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง
“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่เนอะ”
“ซึบะ .. ผมขอบคุณซึบะมาก ๆ นะฮะ .. ถ้าซึบะไม่ผ่านมาเจอผม ป่านนี้ผมคงซีดตายเหมือนที่ซึบะพูดไว้แน่ ๆ เลย”
คาซึยะก้มหัวขอบคุณ ซึบะที่มัวแต่คิดเรื่องของเด็กคนนี้มาทั้งวัน
ในเมื่อเจ้าตัวก็หายป่วยแล้ว คงต้องสืบสวนเสียหน่อย
“เอ้อ .. ฉันก็ไม่ได้ผ่านทางนั้นบ่อยนักหรอก .. งั้น .. ไปกินข้าวกันเถอะ”
“ก็ดีฮะ .. ผมกำลังหิวเลย” ซึบะสะเดินเข้าบ้านพร้อมเด็กหนุ่ม
“ทำไมจินมันไม่ยอมเปิดไฟในบ้านเนี่ยะ”
ร่างโปร่งบางบ่นเมื่อไฟในบ้านไม่มีใครเปิด นี่ก็ค่ำแล้วด้วย
“แบร่ !”
“ว๊าก !”
“ย๊าก !”
ซึบะสะและคาซึยะร้องลั่นพร้อมกับกระเจิงกันไปคนละทาง
ตัวต้นเหตุที่ห่อตัวอยู่ในผ้าคลุมสีขาวก็ได้แต่นั่งกุมท้องหัวเราะขำกลิ๊ง
“หน็อย .. ไอ้จิน !”
พี่ชายวิ่งไล่กวดผีจอมปลอมรอบบ้าน คาซึยะเมื่อเรียกสติตัวเองกลับมาได้
ก็ยืนดู 2 พี่น้องที่วิ่งไล่จับกับ ถึงแม้จะอยู่กันตามลำพัง
แต่ 2 คนนี้ก็ยังดูอบอุ่นกว่าที่บ้านเขาเสียอีก
... ทำไมชีวิตเขามันน่าเศร้าแบบนี้นะ ....
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
ที่โต๊ะทานข้าว ... จินเลือกที่จะนั่งฝั่งเดียวกับคาซึยะ หลีกเลี่ยงต่อการอยู่ใกล้ฝ่ามืออรหันต์ของพี่ชาย
“อ่านี่ ... คาซึยะต้องกินผักเยอะ ๆ ..ส่วนกุ้งน่ะ เดี๋ยวฉันเสียสละกินให้เอง”
จินตักผักใส่จานของร่างบางจนพูน
แล้วกอบโกยกุ้งลงจานตัวเองจนคาซึยะต้องขมวดคิ้วใส่
“จิน ... แบ่งกุ้งมาให้ผมมั่งสิ”
“กินผักไปน่า”
“ผมจะเอากุ้งด้วยนี่นา”
“ผักมีประโยชน์กว่าน๊า”
“งั้นจินก็กินผักไปสิ แล้วเอากุ้งมาให้ผม”
“ไม่ให้ !”
“ซึบะ ... ผมอยากกินกุ้ง !”
เมื่อต่อกลอนต่อไปไม่ไหว จึงใช้ไม่ตายหันไปฟ้องผู้ปกครอง !
“จิน .. แบ่งกุ้งให้คาซึยะเดี๋ยวนี้” ซึบะสะส่งสายตาอันดุดันมาให้
สั่งให้น้องชายทำตาม จะได้เลิกแย่งกันเสียที
“ชิ...” จินเขี่ยกุ้งมาให้แค่ 2 ตัว คาซึยะจึงขโมยคีบมาอีก 2 ตัวแล้วรีบเบี่ยงจานหลบกันจินมาแย่งคืน
“คาเมนาชิ คาซึยะ” เสียงซึบะเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ เจ้าตัวจึงหันมามอง
“ช่วยเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังหน่อยได้หรือเปล่า ... เรื่องมันเกิดยังไงก่อนที่คาซึยะจะหนีออกมาน่ะ”
ซึบะสะรวบอาวุธทานอาหารเข้าด้วยกันพร้อมกับมองใบหน้าเด็กน้อยอย่างจริงจัง
“ห๊า....คาซึยะหนีออกมาเหรอเนี่ยะ” จินทำเสียงตกใจอยู่ข้าง ๆ
“เอ่อ ...”
“พูดออกมาเถอะ ... เจ้าเต่า .. พวกเราเป็นนักสืบนะ” จินเร่งเร้าด้วยความอยากรู้
“ใช่ .. พูดออกมาเถอะ มีใครทำร้ายนาย เค้าคนนั้นเป็นใครกัน”
“ผม .. เอ่อ .. พ่อเลี้ยงฮะ .. แต่ว่า ...
มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอฮะที่พ่อเลี้ยงจะต้องโหดร้ายอ่ะ”
คาซึยะพยายามเลี่ยงความจริง
“นี่ .. เจ้าเต่า ดูละครน้ำเน่ามากไปหรือเปล่าเนี่ยะ”
จินขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจที่ได้ยินคำตอบ
“เฮ้อ ... เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยเล่าแล้วกันนะ
แต่อย่าช้านักล่ะเดี๋ยวจะสายเกินแก้”
พี่ชายคนโตดักเอาไว้อย่างรู้ทัน
“พรุ่งนี้พี่ต้องเข้าสำนักงาน อยู่กันดี ๆ ล่ะ คาซึยะ
ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งออกไปไหนแล้วกัน เพราะท่าทางเรื่องราวคงไม่ปกติ
.. ส่วนแก จิน ... ล้างจานด้วย” ร่างโปร่งทำหน้าเครียดแล้วก็ลุกออกไป
“จิน .. ซึบะงอนผมป่าวอ่ะ”
“ไม่หรอก .... มั๊ง .... ปกติพี่ชายฉันก็ทำหน้าแบบนี้ทั้งวัน ความสามารถพิเศษของเค้าหล่ะ”
“จินหลอกด่าซึบะหรือเปล่า .. ผมจะฟ้องซึบะ”
“ฮึ่ย ... ป่าวซะหน่อย ... นี่ กินเสร็จแล้วก็เอาจานไปล้างด้วย”
“อะไร ๆ .. ซึบะใช้จินนะ ไม่ได้ใช้ผม”
“ฉันก็ใช้นายต่อไง ไม่เห็นจะยาก”
“ผมป่วยอยู่นะจิน”
“ไม่ต้องมาทำเนียน .. มาซะดี ๆ” จินจัดการแบกจานชามรวมทั้งเต่า 1 ตัวเข้าห้องครั้วได้สำเร็จ ร่างหนายืนมองคนตัวเล็กจัดการล้างจานทุกใบตามคำสั่ง
“นี่ .. คาซึยะ .. ทำไมถึงไม่ยอมบอกล่ะ” จู่ ๆ จินก็พูดขึ้นมา
“บอกอะไรหรอ”
“ก็เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานไงล่ะ ...
ใครเป็นต้นเหตุเหรอ นี่คาซึยะยังไม่ใจเราอีกงั้นเหรอเนี่ยะ”
จินเอียงคอมองใบหน้าหวานของคนตัวเล็ก
“เอาไว้ผมจะบอกแล้วกันนะ”
“บอกตอนนี้เลยไม่ได้งั้นหรือไง .. เราจะได้ช่วยกันแก้ไข” จินพยายามหลอกล่อเด็กน้อยให้พูดออกมา
“ถึงบอกไป .. ก็ไม่มีหลักฐานอยู่ดีนั่นแหละ
อีกอย่าง ซึบะดูจริงจังมากจนผมกลัวเลย” คาซึยะจ้องมองจินตาแป๋ว
“คาซึยะบอกฉันก่อนก็ไดนี่นา .. นะๆ”
“เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะบอกแล้วกัน”
ร่างบางจัดการคว่ำจานใบสุดท้ายก่อนที่จะหันมาเช็ดมือกับผ้าที่จินยื่นให้
“จินงอนผมด้วยอีกคนหรือเปล่าน๊า” คาซึยะพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป
“ไม่รู้ ...”
“จินงอนผมชัวร์เลย”
“ป่าว ..” ปฏิเสธออกไปแต่ก็ปั้นหน้านิ่งสุดฤทธิ์
“ชิ .. งอนก็งอนไปเถอะ ผมไม่ง้อหรอก แบร่ ...”
ร่างบางแลบลิ้นใส่เสร็จก็รีบวิ่งแจ้นขึ้นไปข้างบนทันที
“หน็อย .. เจ้าเด็กแสบ อุตส่าห์ทำหน้างอน” จินได้แต่ยืนบ่นอยู่ในครัว
“กริ๊ง ๆๆๆ” ร่างหนารีบวิ่งมารับโทรศัพท์ที่อยู่ในห้องรับแขก
“ฮัลโหล ...”
“โย่ .. ว่าไงไอ้จิน !” เสียงที่ตอบกลับมาฟังดูทะเล้น
“ยูเหรอ”
“เออ...ฉันเอง” ไอยู หรือ นากามารุ ยูอิจิ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณป้าของเขา
เอ๋ ... แนะนำว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องกันซะก็สิ้นเรื่องแล้วเนอะ
“ว่าไงแก ... เที่ยวสนุกมั๊ย”
ญาติของเขาที่ว่า กำลังตระเวนสำรวจพื้นดินที่ประเทศขวานทอง
“ก็ดีหล่ะ .. ประเทศไทยนี่ร้อนเป็นบ้าเลยว่ะ ... ถ้าฉันเป็นหมานะ ... ป่านนี้ไม่เหลือแล้ว มีหวังน้ำลายฟูมปากกลับญี่ปุ่น”
“ถึงจะไม่ได้เป็นหมา แต่แกก็ควรระวังหมาในปากของแกหน่อยก็ดี ... ขืนตายทั้งคอก .. เสียดายแย่เลยว่ะ” กัดนิดกัดหน่อย คงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง เนอะ .. ไอยู
“ฉันก็กลัว ๆ อยู่ ถ้ามันไปตายไป ฉันจะเอาหมาที่ไหนไปกัดแกละวะ” รายนี้ก็ไม่ยอมแพ้
“นี่ .. เมื่อไหร่จะกลับ”
ด้วยความขี้เกียจเถียงหรือเถียงไม่ออกก็ไม่รู้ จินจึงเปลี่ยนเรื่องสนทนา
“ก็ซักประมาณอาทิตย์หน้านี้แหละ .. เออ แล้วที่บ้านเป็นไงมั่ง”
“ซึบะก็ดุเหมือนเดิม แล้วก็ ... มีสมาชิกเพิ่มมา 1 คน”
“เมียแกเหรอ ไอ้จิน”
“เมียที่ไหนเล่าไอบ้า!” เอ๋ .. เมียเหรอ ... อ๊ากก ... จะเป็นลม ไอยูมันพูดอะไรออกม๊า
“แล้วใครกันว๊า”
“กลับมาแล้วจะเล่าให้ฟังแล้วกัน”
“ตามใจ ... เออนี่ .. ฉันซื้อของมาฝากด้วยนะ”
“ก็ดี .. แค่นี้ก่อนนะ เพื่อนคิดถึง ... บายๆ”
จินวางหูโทรศัพท์ทันทีก่อนที่ญาติปากเสียของเขาจะท่องพงศาสวดารให้ฟังอีก
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^
“คา ... ซืออออ .... ย๊า .....” เสียง ๆ หนึ่งเรียกร่างบางจากด้านหลัง
“อ่ะ ...” เขาหันไปมอง แต่ก็ไม่เห็นวี่แววอะไร
“คาซึ ... จางงงงงงง” เสียงยานคางเปลี่ยนทิศทางไปเรื่อย ๆ คาซึยะหมุนตัวตามต้นเสียงที่บัดนี้ดูเหมือนกำลังวิ่งวนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา
“คุณเป็นใคร !” ร่างบางฝืนใจตะโกนถามสิ่งมีชีวิตที่ไร้ตัวตนออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่” เสียงนั้นสะท้อนกลับมาอย่างน่ากลัว
“ง่ะ .. ผู้ยิ่งใหญ่ ... คุฯต้องการอะไร”
“เอาแหวนข้าคืนมา ~”
“แหวนอะไร .. ผม ... ผมไม่รู้เรื่อง”
“ของ .. รัก .. ของ ... ข้า ~ ~ ~” ลำแสงสีขาวกลุ่มใหญ่พุ่งเข้าใส่ร่างบางอย่างรวดเร็ว
“อ๊า .....” ดวงตาเรียวเบิกโพลงอย่างตกใจ ... เอ๋ ... นี่เราอยู่ในห้องนอนนี่นา ... ฝันเหรอเนี่ยะ (ฝันถึงกอลลั่มซะงั้น นางเอกของเรา -..-)
“ก๊อก ๆๆๆ”
ร่างหนาที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจต้องลืมตาตื่นขึ้นมา
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูเบา ๆ กลางดึก
“ก๊อก ๆๆ” เสียงเคาะดังขึ้นกว่าเดิม จินรีบเดินไปที่ประตูแล้วเปิดออก
“เอ๋ ...” เจ้าเต่าของเขากำลังยืนตาปรือ ๆ ผมเผ้าชี้โด่ชี้เด่ แถมในมือยังถือหมอนใบโตมาด้วยอีกแน่ะ
“นอนด้วย ..” คาซึยะพูดสั้น ๆ พร้อมเดินปรี่เข้าไปในห้องอย่างหน้าตาเฉย จินยืนงง ๆ สักพักก็ยอมปิดประตูแล้วเดินตามมา
“เป็นไรอ่ะ” ร่างหนาถามขึ้นเมื่อคนตัวเล็กกำลังปีนขึ้นเตียงของเขา
ตบหมอนดังพั่บ ๆ แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนเสร็จสรรพ
“ผมฝันร้าย” ส่งคำตอบเสร็จแล้วก็หลับตาพริ้ม นอนนิ่งเฉยไปซะอย่างนั้น
จินจึงล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เขาหันหน้ามามองใบหน้าหวานที่กำลังนอนหลับตา
ริมฝีปากบาง ๆ สีชมพูของคนตรงหน้า ทำไมมันดึงดูดสายตาเขาได้ถึงเพียงนี้
“จิน ...”
“หือ ...” ร่างหนาสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ ๆ เจ้าเต่าก็เรียกเขา
“ผมคิดถึงแม่จังเลย ..” คาซึยะยังคงหลับตาอยู่
“เวลาผมฝันร้าย .. ผมจะไปขอนอนกับแม่ ...”
“แม่จะปลอบผม ... แล้วนอนกอดผมไว้ทั้งคืน ....”
“จิน ... กอดผมหน่อยสิ” เสียงของร่างบางฟ้องว่าตนกำลังว้าเหว่ จินค่อย ๆ คว้าเด็กน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด
“นอนได้แล้วคาซึยะ...”
“จิน ทำไมห้องจินหนาวจังเลยอ่ะ”
“ก็ห้องฉันติดแอร์นี่นา”
“แล้วห้องซึบะติดแอร์ด้วยหรือเปล่า”
“ก็ติดหล่ะ”
“แล้วทำไมห้องผมถึงไม่มีแอร์ล่ะ”
“ก็ห้องนั้นไม่ค่อยมีคนอยู่ ก็เลยไม่ได้ติดไง”
“งั้นเหรอ”
“อืม .. เลิกถามได้แล้วน่า นอนซะที”
To Be [Con] ค่ะ
แล้วเราจะแต่งตอนที่ 3 ต่อไป ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
ชอบกันมั๊ยคะ ยังไงก็ช่วยเม้นท์เป็นกำลังใจให้เราหน่อยน๊า